Kame no Cantabile #End [YuichiXKame]

posted on 22 Jan 2008 03:14 by doublejj  in ShortFic
  

Title:                      Kame  no Cantabile #2
Author:                 Kisu_Junno
Pairings:                Nakamaru Yuichi X Kamenashi Kasuya

Genre:                   Humor, Romance

 

 

02.

 

 

"จุนโนะจ๋า...เนื้อสุกแล้ว จุนโนะป้อนจินหน่อยน๊า อ้า~~~"

"อ่ะ อ้ำ"

 

~....แอดดดด อี๊ แอดดดด.......~

 

"แหม อร่อยจังเลย หม้อไฟฝีมือจุนโนะอร้อยอร่อย"

"ฉันแค่หั่นผักกับเนื้อเองนะจิน"

"นั่นแหละ...ยังไงก็ฝีมือจุนโนะ อร่อยอยู่ดี ป้อนอีกๆๆ เอาแต่เนื้อนะ อ้า~~~"

"อย่ากินแต่เนื้อสิ กินผักด้วย"

 

~....... อี๊ แอดดดด แอดดดด.......~

 

"หา...ก็มันขมนี่นา จุนโนะอ่ะ เอาแต่เนื้อไม่ได้เหรอ"

"กินแต่เนื้อ ผิวจะเสียนะ...กินผักด้วยดีกว่า ส่วนเนื้อน่ะเดี๋ยวฉันเสียสละกินแทนเอง ผิวจินจะได้ไม่เสียไง"

 

~....... อี๊ อี๊ แอดดดด.......~

 

"จุนโนะใจดีจังเลย~~ ...ว่าแต่ว่าถ้าผิวจินเสีย แล้วจุนโนะจะรักจินน้อยลงมั๊ยอ่ะ"

"ไม่เป็นอย่างนั้นหรอกน่า...ยังไงจินก็น่ารักที่สุดในโลกเลย"

 

~....... อี๊ อี๊ อี๊ อี๊ อี๊ แอะ!.........~

 

"โว้ยยยยยยย!!!!!! อะไรของแกฟะ เจ้าเด็กใหม่ จะแกล้งกันเหรอไง!!"

 

ท่ามกลางวันที่อากาศกำลังดีอีกวัน สายลมอ่อนๆลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเข้าไปในโกดังเก็บของ ซึ่งติดป้ายเก่าๆโทรมๆมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า "ชมรมดนตรีแห่ง Johnny Academy"

จินลุกขึ้นพรวดตะโกนดังลั่นมาจากหลังหม้อสุกี้ที่กำลังส่งกลิ่นควันหอมฉุย... 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แทนที่เขาจะได้จู๋จี๋กับจุนโนะสุดที่รักได้อย่างสบายใจ กลับต้องมีแบคกราวน์เป็นเสียงประหลาดๆที่เกิดจากการทดลองฝึกเครื่องดนตรีของคาเมะที่เข้ามาขอใช้สถานที่ดังแทรกสอดอยู่ร่ำไป

"ใจเย็นๆน่า จิน...คาเมะเขากำลังฝึกฝนอยู่นะ"

จุนโนะพูดขึ้นหน้ายิ้มๆอย่างใจเย็น ขณะที่ใช้ตะเกียบในมือคีบเห็ดขึ้นมายัดใส่ปากจินอีกคำ จินรีบเคี้ยวแล้วกลืนภายในเสี้ยววินาที ก่อนจะกระโจนข้ามหม้อซุกศีรษะที่ตักจุนโนะอย่างอ้อนๆ

"จุนโนะอ๊ะ~~~!! แต่คราวนี้จินทนไม่ไหวแล้วนะ....เจ้าหมอนี่มันบังอาจใช้เครื่องดนตรีกระแนะกระแหนจินเมื่อตะกี้...ดูสิ ทั้งๆที่นายพูดความจริงว่าฉันน่ารักที่สุดในโลก...แต่เจ้านี่ดันสีไวโอลินบอกว่า อี๊อี๊อี๊~~~ เหมือนจะยี้ใส่ฉันอ๊ะ จุนโนะ~~~"

จินฟ้องพลางส่ายหัวฟูฟ่องไถเข้ากับตักนุ่มๆของจุนโนะที่เอื้อมมือลงมาข้างหนึ่งลูบหัวปลอบใจเบาๆ ส่วนอีกข้างก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อส่งเข้าปากตัวเองไปเรื่อยๆ คาเมะซึ่งยืนถือไวโอลินมองภาพสิงโตอ้อนคนหน้าตาดีอยู่ที่มุมห้องก็ต้องพยายามกลั้นอาการขย้อนไว้อย่างสุดความสามารถ ส่วนมือก็ไม่ยอมแพ้ยกขึ้นเตรียมสีไวโอลินอีกครั้ง

"พอๆๆๆๆ สะต๊อป สะต๊อป~ปุ!!!! นายจะฆ่าพวกเราหรือไงห๊า!!!"  จินโงหัวขึ้นมาส่งเสียงโวยวายดังลั่นอีกครั้ง

"พักก่อนเถอะคาเมะ นายเล่นมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ -เล่นไปก็ไม่พัฒนาเลย- เลิกก่อนดีกว่า มานี่เถอะ"

จุนโนะพูดพลางยิ้มหวานขณะที่กวักมืออีกข้างเรียกคาเมะซึ่งยิ้มเจื่อนๆพลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อกต่อคำพูดของอีกฝ่าย ร่างเล็กวางไวโอลินยังที่ประจำของมัน ก่อนจะเดินไปนั่งยังเบาะข้างๆจุนโนะ โดยมีจินที่นอนหนุนตักอยู่ส่งเสียงขู่แฮ่ๆ เป็นเชิงบอกว่า...อย่าเข้ามาใกล้กว่านั้นนะ...

"ว่าแต่ที่นี่สมเป็นชมรมเก่าแก่เนอะ มีเครื่องดนตรีเพียบเลย" คาเมะชวนคุยยิ้มประจบ เมื่อจุนโนะส่งตะเกียบให้คู่หนึ่งท่ามกลางสายตามองค้อนของจิน

"จริงๆตอนแรกที่นี่ก็ไม่ได้มีเครื่องดนตรีเยอะขนาดนี้หรอก..." จุนโนะเอ่ยขึ้น

"เอ๋?"

"ไม่สังเกตเลยนะนาย..." จินพูดขึ้นบ้าง "ไม่เห็นเหรอว่าเครื่องดนตรีในโกดังนี้น่ะ มีแต่ของใหม่ๆทั้งนั้น...ทุกชิ้นน่ะเพิ่งได้มาก็ตอนที่ยูอิจิเป็นประธานชมรมแล้วนั่นล่ะ ก่อนหน้านี้น่ะมีแต่โกดังเปล่าๆที่เป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นก่อนๆ"

"แต่ว่า...ที่นี่น่ะเป็นชมรมของวง SMAP มาก่อนไม่ใช่เหรอ" คาเมะถามขึ้นอย่างอึ้งๆ

"อ้อ...วงในตำนานนั่นนะเหรอ" จินว่า "ก็นั่นมันเมื่อก่อนนี่...มันตั้งกี่สิบปีมาแล้วล่ะ"

"ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ...ถัดจากวง SMAP แล้วก็ไม่มีวงไหนประสบความสำเร็จเท่า...จนชมรมเริ่มทรุดโทรม งบก็ไม่มีสนับสนุน...จนมาถึงรุ่นของนากามารุคุงนี่ล่ะ ที่มีความสามารถหาเงินมาจุนเจือชมรมจนมีหม้อไฟกินกันทุกวันนี้" จุนโนะพูดเสริม จนทำให้คาเมะถึงบางอ้อเข้าใจในอาการงกของยูอิจิ

"ใช่...ถ้าไม่มียูอิจิ เผลอๆชมรมนี้อาจถูกยุบไปแล้วก็ได้" จินรีบเสริม ขณะที่ลุกขึ้นมาแย่งตะเกียบไปจากมือคาเมะซึ่งพึ่งจะคีบเนื้อเข้าปากไปได้คำเดียว ก่อนจะตะโกนดังลั่น

"ฉะนั้น!!! เจ้าเด็กใหม่ นายอย่าทำโอกาสที่ยูอิจิอุตส่าห์ให้มาเสียเปล่าไปสิ รีบๆไปฝึกซะ!!!"

คาเมะหน้ามุ่ยด้วยความเสียดาย (เนื้อ) แต่ก่อนที่จะเดินไปหยิบเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งมาลองเล่นดู ก็มีเสียงนุ่มๆห้ามไว้ซะก่อน ร่างเล็กหันไปก็เห็นจุนโนะยิ้มหวาน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

"เดี๋ยวก่อนคาเมะจัง...ถึงนายจะเล่นเครื่องดนตรีพวกนั้นต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหรอก"

คาเมะหน้าจ๋อยคอตกในทันที...ลองถึงขนาดที่จุนโนะผู้ใจดี (?) พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว แปลว่าเขาคงจะไม่เหมาะกับการเล่นดนตรีจริงๆ แต่ก่อนที่ร่างเล็กจะเอ่ยปากบอกยอมแพ้ พลันเสียงนุ่มๆนั้นก็พูดขึ้นมาอีกว่า

"แต่ฉันมีอะไรดีๆยิ่งกว่านั้น รับรองว่าต้องเหมาะกับนายแน่นอน"

 

 

####################################

 

 

///"""นากามารุ ยูอิจิ!!"""///

เสียงเรียกชื่อแบบดังประสานจาก 3 พยัคฆ์ชมรมกีฬาดังขึ้นล้อมรอบร่างสูงที่กำลังยืนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่กลางโรงอาหาร เนื่องจากอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่า ขนมปังไส้เนื้อหมีกับไส้ปลาวาฬ อันไหนมันจะอร่อยกว่ากัน (?) โดยมีเหล่าลูกน้องของแต่ละชมรมยืนล้อมรอบเป็นชั้นถัดไป

"โอ้...ซูบารุ เรียว และยามะพีนั่นเอง ไม่ได้เจอกันนานนะ สวัสดีๆๆ ลมอะไรหอบพวกนายมาหาฉันได้เนี่ย" ยูอิจิหันไปยิ้มทักทายหน้าแป้นกับ 3 ผู้คุมกฎหน้าโหดซึ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับกลับมา

"พวกเราได้ข่าวมาว่า..." ซูบารุเกริ่นนำขึ้นก่อน

"คาเมนาชิ คาซึยะ จากเรียวนัน..." เรียวพูดตาม

"ตกเป็นของนายแล้ว..." ยามะพีปิดท้าย

"ห๊า!!?? จะบ้าเร้อ!! เอาที่ไหนมาพูดกัน" ยูอิจิตาเหลือก...เจ้าเด็กนั่นยังไม่เสร็จเขาซักหน่อย (ยัง?)

"อย่ามาตอหลด!!" ซูบารุสวนกลับทันที

"พวกเรามีสายมารายงาน..." เรียวพูดต่อ

"ว่าคาเมนาชิ คาซึยะคนนั้น..." ยามะพีปิดท้ายตามเคย

///"ได้สมัครเข้าชมรมแกแล้ว!!"///

"หะ?...อ๋อ พูดถึงเรื่องชมรมหรอกเหรอ" ยูอิจิถอนใจดังเฮ้อ....เขาคุยกับเจ้าพวกนี้ทีไรแล้วปวดกะโหลกทุกที...

"คราวทานากะ โคคิก็ทีนึงแล้ว" ซูบารุลูกพี่ชมรมคาราเต้เอ่ยด้วยความช้ำใจ ขณะที่ดึงสายดำคาดเอวออกมาผูกเป็นโบว์สวยงาม

"อุเอดะ ทัตสึยะ ก็เหมือนกัน" เรียวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด มือก็เผลอหักลูกธนูที่ถือมาทิ้งไป 2-3 อัน

"ทางุจิ จุนโนะสุเกะด้วย" ยามะพีเอ่ยด้วยน้ำเสียงรวดร้าว พลางเดาะลูกกับพื้นอย่างคล่องแคล่ว

///"ชมรมดนตรีของแกเอาไปหมดเลย!!"///

 "เฮ้อ...ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา...โคคิน่ะชอบแร๊ปมากกว่าจะไปต่อยตีกับพวกนายนะซูบารุ" ยูอิจิหันไปผูกสายดำเข้าที่เอวซูบารุให้เหมือนเดิม อย่างแสดงความเสียใจ

"นายก็เหมือนกันเรียว...ถึงทัตสึยะจะไม่เข้าชมรมฉัน เขาก็คงไปเข้าชมรมมวยอยู่ดี ยังไงก็ไม่มีทางสนชมรมยิงธนูของนายหรอก..." ร่างสูงเอ่ยขึ้นพลางช่วยหักลูกธนูที่เหลืออยู่ในมือเรียวจนหมด

"ส่วนนายนะยามะพี....เสียใจด้วยที่ชมรมนายไม่มี อากานิชิ จิน ไม่งั้นจุนโนะเขาก็คงจะเข้าทีมนายไปแล้วละนะ"

ยูอิจิหันไปทางยามะพีพลางยักไหล่ ก่อนจะหันหลังให้กับวงล้อม 3 อสูรเพื่อยิ้มหวานให้คุณป้าคนขายขนมปังพลางชี้นิ้วตัดสินใจว่าจะเอาไส้ปลาวาฬดีกว่า โดยไม่ใส่ใจว่า ณ บัดนี้ออร่าดำทะมึนกำลังคุกรุ่นได้ที่

"อ๊ะ...จริงสิ" ร่างสูงทำสีหน้านึกได้กะทันหัน ก่อนจะหันไปฉีกยิ้ม "ฉันยังไม่ได้รับปากหรอกนะว่าจะตกลงรับคาเมนาชิ คาซึยะคนนั้นเข้าชมรม...เพราะกะจะตัดสินใจในวันงานประจำปีโรงเรียนน่ะ...ว่าแต่พวกนายเถอะ....เกิดเจ้าหมอนั่นแห้วจากชมรมดนตรีไปจริงๆ แล้วจะให้หมอนั่นเข้าชมรมไหนล่ะ"

"ก็ต้องเป็นชมรมคาราเต้อันเข้มแข็งของเราอยู่แล้ว" ซูบารุเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

"ชมรมยิงธนูอันสูงส่งของเราต่างหาก" เรียวเอ่ยค้าน

"ต้องเป็นชมรมบาสยอดฮิตของเราสิ สาวๆกรี๊ดจะตาย รับรองหมอนั่นเข้าชมรมบาสแน่ๆ" ยามะพีเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ทำให้ทั้ง 3 ผู้คุมกฎต่างหันมาจ้องตากันเขม็งเกิดรังสีสังหารดังเปรี๊ยะ

เมื่อได้จังหวะ เหล่า 3 ทหารเสือชมรมกีฬาก็ตรงเข้าห้ำหั่นกันเอง ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าและนักเรียนคนอื่นๆในโรงอาหารต่างก็พากันเก็บของทยอยหลบออกไปนอกโรงอาหารอย่างตื่นตกใจ

ท่ามกลางการตะลุมบอนกันในศึกชิงตัว คาเมนาชิ คาซึยะ กลางโรงอาหาร.......มีเพียงเสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ของประธานชมรมดนตรีอย่าง นากามารุ ยูอิจิ ซึ่งอาศัยช่วงชุลมุนหลบแวบออกมาอย่างไร้รอยขีดข่วนเท่านั้นที่ดังก้องกังวานไปทั่ว

 

 

#################################

 

 

"อย่างที่คิดจริงๆ..." เด็กหนุ่มหน้าหวานรูปร่างสูงโปร่งเอ่ยขึ้นหลังจากที่เหงื่อโทรมกาย (?) "คาเมะจัง...นายเหมาะกับไอ้นี่จริงๆด้วยนะ"

"อืม...ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ" จินเสริมขณะที่เอาผ้าขนหนูในมือช่วยซับเหงื่อให้จุนโนะ

"งั้น....การแสดงในงานประจำปีนี้ ฉันก็มีหวังนะสิ" คาเมะเอ่ยขึ้นพลางยิ้มแป้น ร่างเล็กๆเหนื่อยหอบ

"ก็คงอย่างนั้นล่ะ" จุนโนะยิ้มหวานขณะที่เอียงหน้าให้จินซับเหงื่อได้ง่ายๆ

"แต่ฉันว่ามันดูยังขาดๆอะไรอยู่นา..." จินหันไปสบตากับจุนโนะเป็นเชิงแสดงความคิดเห็น ขณะที่คาเมะทำท่าหมุนรอบตัวเองพลางทำสีหน้างุนงง (...หน้าตาดีอย่างฉันนี่ยังจะขาดอะไรอีกเหรอ? by คาเมะ)

"พวกนายยังไม่กลับกันอีกเหรอ?"

ฉับพลันเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น ทั้งสามหันไปมองยังที่มาก็เห็นโคคิเดินเข้ามาด้วยสีหน้างงๆ ในมือถือถุงใบใหญ่ เจ้าพ่อแรปเปอร์ก้าวฉับๆมายังที่ประจำของตัวเองพลางเหวี่ยงถุงในมือขึ้นมาวางบนโต๊ะ เด็กหนุ่มแก้เชือกที่ปิดปากถุงออกก่อนจะเทของที่อยู่ภายในออกมา

"เศษผ้าเยอะแยะเลย นายเอามาทำอะไรน่ะ?" คาเมะถาม

"ก็ได้มาฟรีน่ะ เลยว่าจะเอามาเล่นดูหน่อย" โคคิตอบ ทันใดนั้นเองจินกับจุนโนะร้องตะโกนขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังจนโคคิกับคาเมะสะดุ้งเฮือก

//"นึกออกแล้ว!!"//

"ก็นึกอยู่ว่าเจ้าหมอนี่มันดูขาดๆอะไรไปซักอย่าง นายก็คิดเหมือนอย่างที่ฉันคิดใช่ม๊า จุนโนะ"

จินพูดขึ้นพลางยิ้มแป้น ขณะที่จุนโนะพยักหน้ารับพลางยิ้มหวาน โคคิและคาเมะหันหน้ามามองกันเองอย่างหวาดๆเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมาทางตนอย่างเจ้าเล่ห์จากชายหนุ่มร่างสูงกว่าทั้งคู่

 

 

#######################################

 

 

ในซอกมุมหนึ่งของโรงเรียน เหล่าสามผู้คุมกฎประจำเรื่องกำลังนั่งสุมหัวกัน หลังจากต่อยตีกันอยู่นานจนหมดแรง จู่ๆเรียวซึ่งดูจะใจเย็นรอบคอบที่สุดสมกับที่เป็นประธานชมรมยิงธนูอันสูงส่งก็เอ่ยพลางหอบแฮกขึ้นมาว่า

"นี่ๆๆ ฉันคิดว่านะ ก่อนที่เราจะมาเปิดศึกแย่งชิงตัว คาเมนาชิ คาซึยะ กันเนี่ย เราควรจะหาทางให้ชมรมดนตรีไม่รับหมอนั่นเข้าชมรมจะดีกว่ามั๊ย?"

"อืม...จากที่เจ้านากามารุนั่นพูด ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะถูกตัดสินในวันงานประจำปีของโรงเรียนนะ" ยามะพีพยักหน้ารับเป็นเชิงเห็นด้วย

"ถ้าให้เดา ...เจ้านากามารุนั่นคงจะใช้หลักการตัดสินที่ว่า ดูจากจำนวนคนที่เข้าไปดูการแสดง" เรียววิเคราะห์สถานการณ์ด้วยสมองอันชาญฉลาด?

"ถ้ายังงั้น ก็ทำให้ไม่มีคนไปดูการแสดงของพวกนั้นซะสิ เมื่อไม่มีคนดูก็เท่ากับไม่ประสบความสำเร็จ เท่านี้ชมรมดนตรีก็ไม่อาจรับคาเมนาชิ คาซึยะเข้าชมรมได้" ยามะพีทำหน้าเจ้าเล่ห์เอ่ยเสนอขึ้นมา โดยมีเรียวพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดๆ

"โอเค!! ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องจัดการทำลายงานแสดงของคาเมนาชิซะก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยมาว่ากันอีกทีว่าใครจะได้ตัว ‘เจ้าหนูมหัศจรรย์' ไป โอเคมั๊ย!?" ซูบารุซึ่งได้แต่นั่งเงียบอยู่นานประกาศก้อง โดยมีเรียวและยามะพีรวมถึงเหล่าลูกน้องในสังกัดขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

///////"โย้ชชชชชช!!!!!!"////////

 

 ####################################

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสมกับที่เป็นฟิก ในที่สุดก็ถึงเช้าวันงาน หนุ่มน้อยคาเมะซึ่งสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวังสูงสุดขณะที่เดินเข้ามายังโกดังว่าที่ชมรมของตัวเองในอนาคต เพื่อมาเตรียมตัวก่อนที่การแสดงในตอนบ่ายจะเริ่ม

สุดท้ายแล้วด้วยความช่วยเหลือจากจุนโนะสุเกะและจิน คาเมะก็ได้รู้ถึงพรสวรรค์ทางดนตรีที่หลบซ่อนเร้นอยู่ในหลืบของตนมานาน นอกเหนือไปจากความสามารถพิเศษที่สามารถร้องเพลงให้ออกมาเหมือนเสียงเป็ดเป่าแตร หรือการที่สามารถสร้างสรรค์เสียงเครื่องดนตรีทุกชนิดให้กลายเป็นเพลงจากแผ่นเสียงตกร่องได้แล้ว

นั่นสิ... เขาลืมไปได้ยังไงกันนะว่าพระเจ้านั้นได้สร้างให้เขาเป็นอัจฉริยะในด้านการเคลื่อนไหวร่างกายมาแต่เด็ก ดังนั้นแม้ว่าจะร้องเพลงห่วยแตกหรือเล่นเครื่องดนตรีไม่ได้เรื่องก็ตาม แต่เขาก็ยังสามารถเต้นได้นี่นา!!!

แถมยังเต้นได้ดีซะด้วย~!!

ช่วงเวลา 2 อาทิตย์ก่อนหน้าจะถึงวันนี้ เขาจึงได้ฝึกซ้อมอย่างหนักโดยมีติวเตอร์มือดีอย่างจุนโนะคอยเป็นมือกลองเพื่อให้สามารถจับจังหวะของเพลงได้ อีกทั้งยังมีจินซึ่งใช้พลังเสียงคอยติท่าทางของเขา ทำให้เขาสามารถปรับท่าเต้นให้ดีขึ้นเรื่อยๆได้อีก

และการแสดงของเขาก็เพอร์เฟคสุดๆเมื่อได้โคคิหนุ่มแรปเปอร์ซึ่งคาเมะไม่เคยคิดเลยว่า จะมีความสามารถในด้านการเย็บปักถักร้อยที่ผิดกับหน้าตาขนาดนี้ เป็นคนตัดชุดสำหรับขึ้นแสดงบนเวทีให้อีกต่างหาก

ถ้าเป็นอย่างนี้ ความฝันที่จะได้ก้าวเดินในเส้นทางเดียวกับไอดอลที่ชื่นชมก็อยู่ไม่ไกลแล้ว!!!

มีเพียงปัญหาเดียวก็คือ....

"ว๊ากกกกกกกกก นี่มันอารายก้านนนนน!!!!????"

ตอนนี้คาเมะกำลังช็อคสุดๆเมื่อเห็นชุดที่โคคิบรรจงตัดเย็บให้กำลังขาดแหว่งวิ่นไม่มีชิ้นดี แถมคนทำยังอุตส่าห์ปักหมุดตรึงชุดไว้บนผนังให้เห็นกันชัดๆอีกด้วย โดยมีหนุ่มๆชมรมดนตรียืนสังเกตการณ์ล้อมอยู่เป็นวงกลมกันครบทุกคน จะขาดก็แต่เพียงหัวหน้าชมรม นากามารุ ยูอิจิเท่านั้น

"อืม...ดูแล้วก็เข้ากับสถานที่เหมือนกันนะเนี่ย" จินยกมือเท้าคางพลางวิจารณ์องค์ประกอบและการจัดวางของตำแหน่ง (อดีต) ชุดคาเมะบนผนังอย่างมีศิลปะ

"อืม... ดูเก่าๆแหว่งๆวิ่นๆเข้ากับโกดังโทรมๆนี่เลย" จุนโนะพยักหน้าเอ่ยสนับสนุน

"ฮือๆๆๆ ลูกช้านนนน ผลงานบรรจงสร้างสุดฝีมือหมายเลข 16 ของช้านนนน" มีเพียงโคคิเท่านั้นที่น้ำตาตกคร่ำครวญกับซากชุดโดยมีทัตซึยะยืนยกมือขึ้นตบไหล่เบาๆอย่างปลอบใจ

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? โกดังนี้มีหนูเหรอไง" คาเมะว่า

"หนูบ้านนายสิ เอาชุดไปปักหมุดแขวนไว้กับผนังได้น่ะ" ทัตซึยะเอ่ยเสียงเรียบๆขัด ขณะที่จินหันมาพูดหน้าตาเฉยว่า

"ดูท่านายจะมีศัตรูนะเนี่ย คาเมนาชิ เคยไปสร้างความแค้นกับใครไว้เรอะ"

"ป่าว" คาเมะส่ายหน้าปฏิเสธฉับพลัน ขณะที่นึกย้อนไปว่า หรือจะเป็นเรื่องที่เขาเคยทำเมื่อตอน ป.2 ป. 4 หรือ ป.6 เอ๊ะ หรือจะตอน ม.ต้น กันนะ

"ไม่เพียงแค่นี้นะ" จุนโนะเอ่ยขึ้นขณะที่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กพลางยื่นบางสิ่งบางอย่างให้ดู

คาเมะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่ามันคือเทปเพลงที่เจ้าตัวจะใช้ขึ้นแสดงบนเวทีในตอนบ่ายนี้เอง แต่ตอนนี้สายเทปกลับหลุดลุ่ยและถูกดึงจนยืด ซึ่งแน่นอนว่าใช้เปิดไม่ได้อีกแล้ว

"นี่มันอะไรกัน!?" ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งอย่างเข่าอ่อนสมองมึนงง

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า" จินเอ่ยขึ้นอย่างปลอบใจ ขณะที่คาเมะเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตามีความหวัง "เดี๋ยวเอาม้วนเทปไปตรวจหาลายนิ้วมือก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนทำ"

"ปัดโธ่~!~"

คาเมะคอตก ณ ตอนนี้เขาไม่สนใจหรอกว่าใครเป็นคนร้าย สิ่งเดียวที่เป็นห่วงคือ เขาจะขึ้นแสดงในตอนบ่ายนี้ได้ยังไงมากกว่า

"ฮึ่ม~! ไม่ยอมหรอก" จู่โคคิซึ่งคร่ำครวญถึงลูกรักหมายเลข 16 ที่จากไป ก็เงยหน้าขึ้นด้วยสายตามุ่งมั่นเป็นประกาย

"ผลงานที่อัจฉริยะอย่างฉันคนนี้บรรจงสร้างขึ้นมา มันต้องเป็นอมตะ!!"

เด็กหนุ่มประกาศก้อง โคคิลุกขึ้นคว้าพรวดกระชากชุดบนผนังออกมา ขณะที่ถลันไปหยิบกรรไกรและอุปกรณ์ตัดเย็บของตนทันที ออร่าความตั้งใจแรงกล้าจนคาเมะน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง

"ปัญหาเดียวคือ เรื่องเพลงสินะ" จุนโนะเอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิด "เพลงนั้นเป็นเพลงออริจินอลที่รุ่นพี่ของเราเคยแต่งไว้เมื่อนานมาแล้ว ไม่มีขายที่ไหนด้วย ฉะนั้นมันก็หาไม่ได้อีกแล้ว แถมจะให้คาเมะจังเปลี่ยนเพลงเอาตอนนี้ดูท่าคงจะจำท่าไม่ทัน" ร่างโปร่งหันมามองคาเมะด้วยความเห็นใจ

"เพลงที่ว่าน่ะใช่ Tsuki no Michi Monogatari หรือเปล่า?"

จู่ๆเสียงเรียบของอุเอดะ ทัตซึยะก็เอ่ยขึ้นแทรกทะลุกลางปล้อง ทำให้ทั้งหมดหันขวับไปยังคนพูดทันที (ยกเว้นแต่เพียงโคคิซึ่งตอนนี้ไฟทำงานมุ่งมั่นบังตา จนมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด นอกจากการรีโนเวทลูกรักหมายเลข 16 ซะใหม่)

"นายรู้ได้ยังไงอ่ะ?" คาเมะถามขึ้นด้วยความสงสัย ขณะที่ร่างกายถลันไปปรนนิบัติพัดวีโคคิอยู่ข้างๆ ทัตซึยะนิ่งไปครู่ไม่ตอบอะไรก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามปกติว่า

"ถ้าเป็นเพลงนั้นละก็ ฉันเล่นสดได้"

"จริงเหรอ!?" คาเมะโยนพัดโบกในมือทิ้งขณะที่พุ่งพรวดมาเกาะหน้าแข้งทัตซึยะทันที นัยน์ตาเป็นประกายปิ๊งๆราวลูกหมาถูกทิ้งที่พึ่งได้รับเจ้าของใหม่

"อย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลยนะสิ" จินพูดขึ้น

"งั้นทัตซึยะคงช่วยเล่นให้คาเมะได้สินะ" จุนโนะพูดพลางยิ้มหวาน ขณะที่อีกฝ่ายอือในลำคอเบาๆ พร้อมกับที่เสียงตะโกนดังลั่นอย่างดีใจของเด็กหนุ่มจอมแรปเปอร์ดังขึ้นในทันที

"สำเร็จ! เรียบร้อยแล้ว ผลงานรีโนเวทหมายเลข 16 เวอร์ชั่นรีนิว ของช้านนนนน"

"เยี่ยม!! เก่งมากโคคิ" จินวิ่งเข้าไปแสดงความยินดีกระโดดโลดเต้นกับเจ้าตัวทันที ขณะที่จุนโนะยิ้มหวาน ร่างโปร่งฉุดดึงแขนคาเมะขึ้นมาขณะที่เอ่ยเสียงนุ่มกับร่างเล็กว่า

"เอาล่ะ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงของนายแล้วละนะ คาเมะจัง ว่านายจะสามารถทำให้ยูอิจิและคนดูประทับใจได้หรือเปล่า" ร่างเล็กพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่นขณะที่ชูมือขึ้นฟ้าจนสุดแขน พลางตะโกนร้องดังลั่น

"สู้!!!!!!!!"

 

########################################

 

 

ภาพของหนุ่มน้อยในชุดกิโมโนที่กำลังร่ายรำอย่างสวยงามท่ามกลางแสงไฟบนเวที ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงซึ่งยืนแอบมองอยู่ท้ายเวทีอยู่ห่างๆอมยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

"หืม.... ดีกว่าที่คิดอีกนี่นา คาเมะจัง~"

เสียงหล่อๆของประธานชมรมดนตรีแห่งจอห์นนี่อะคาเดมีเอ่ยขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงเฮดังลั่นของทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่ขนแรงใจมาเชียร์คาเมะอยู่เต็มโรงยิม สถานที่จัดงานแสดงของชมรมในปีนี้

"ยูอิจิ" เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆทำให้ประธานชมรมสุดหล่อหันไปยังที่มาของเสียง

"ว่าไง? โคคิ จิน จุนโนะ"

"จัดการเรียบร้อยแล้ว" เจ้าพ่อแรปเปอร์กระซิบเอ่ยเสียงดุๆถึงงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำ ขณะที่ยกสองมือหักนิ้วกรอบๆพลางแยกเขี้ยว โดยมีจินและจุนโนะยืนยิ้มหวานขนาบอยู่ข้างๆ

"เอ๋? พวกนายทำอะไรรุนแรงเกินไปหรือเปล่า" ยูอิจิฉีกยิ้มกว้างพลางถามกลับไปเบาๆ ขณะที่โคคิหัวเราะหึหึ

"บังอาจมาทำกับลูกรักหมายเลข 16 ของฉันแบบนี้ นายคิดว่าฉันควรจะทำยังไงล่ะ"

"น่าสงสารเจ้าพวก 3 พยัคฆ์นั่นจริงจริ๊ง ฮะๆๆ" ยูอิจิหัวเราะลั่นขณะที่หันกลับไปดูการแสดงของคาเมะอีกครั้งบนเวทีด้วยสีหน้าอมยิ้ม

"คงไม่ต้องถามแล้วละมั้ง ว่าผลการออดิชั่นเด็กใหม่เข้าชมรมดนตรีจะเป็นยังไง" จินพูดขึ้นยิ้มๆ ขณะที่จุนโนะพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

"นั่นนะสิ ก็ประธานชมรมเล่นอยู่เบื้องหลัง เป็นคนออกความคิดในการแสดงให้แบบนี้นี่นา"

"เอ๋!!?? นายไม่ได้เป็นคนคิดเองหรอกเหรอจุนโนะ" ชั่วพริบตาเดียวจินย้ายข้างมายืนชิดแนบสนิทกับสุดที่รักร่างสูงหน้าหวานในทันที ขณะที่ทำตาโตร้องถาม

"ก็...ยูอิจิเขามาขอให้ฉันออกหน้า เป็นคนเสนอให้คาเมะใช้ความสามารถทางด้านร่างกายเต้นประกอบเพลงน่ะ แล้วเพลงนั้นยูอิจิก็เป็นคนเลือกเองด้วย"

"นายไม่เห็นบอกฉันเลยนี่นา จุนโนะอ๊ะ" จินอมลมแก้มป่องขณะที่สะบัดหน้าเชิดไปทางอื่นอย่างงอนๆ ทำให้จุนโนะต้องยื่นหน้าเข้ามาคลอเคลียอย่างง้อๆ

"โอ๋ อย่างอนเลยนะจินนะ ก็ฉันกลัวจินจะเผลอหลุดพูดอะไรออกมานี่นา...เอาเป็นว่าเดี๋ยวกลับไปวันนี้ฉันให้นายเป็นคนทำ (?) ก็ได้"

"จริงๆนะ"

ได้ผล...จากสิงโตหน้ามุ่ยหันขวับมายิ้มหวานทันที ที่สุดแล้วทั้งจินและจุนโนะก็เดินเคียงข้างกันออกไป นัยว่าต้องการให้จินไปหาอะไรกินเพื่อตุนพลังงานสำหรับกิจกรรมยามค่ำของทั้งคู่ (คิดอะไรกันอยู่ รู้นะ เล่นเกมเฉยๆเล่นเกม เอิ๊กๆ)

"เอาเถอะ งั้นฉันก็ไปมั่งดีกว่า" เด็กหนุ่มหัวโล้นเอ่ยขึ้น "ไปพักซะหน่อย ตะกี๊ใช้แรงกายไปเยอะ เจ้าซูบารุนั่นมันถึกจริงๆ สมกับที่เป็นหัวหน้าชมรมคาราเต้"

โคคิบอกยูอิจิพลางเดินไปได้ 2-3 ก้าว พลันก็ต้องชะงักหันกลับมาเอ่ยขึ้นลอยๆว่า

"อ้อ...สำหรับเศษผ้าที่นายเอามาฝากแล้วบอกว่ามันเหลือจากที่บ้านน่ะ โชคดีนะที่มันมีพอสำหรับตัดชุดให้คาเมะได้พอดีตัวเลย ยูอิจิ"

ร่างสูงซึ่งกำลังจ้องไปทางคาเมะที่ก้มหัวโค้งให้คนดูหลังจบเพลงแล้ว หันกลับไปยิ้มแหยๆให้เพื่อนรักซึ่งเลิกคิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้อย่างรู้ทัน ก่อนจะเดินจากไปในเวลาเดียวกับที่คาเมะวิ่งตรงเข้ามาหาประธานหนุ่มด้วยใบหน้าท่าทางดีใจอย่างปิดไม่มิด

"เป็นไงล่ะ ยูอิจิ ฝีมือฉัน!! แบบนี้นายจะรับฉันเข้าชมรมได้หรือยัง"

ร่างเล็กเดินเข้ามาเอามือเล็กๆตบลงไปบนอกของตัวเองอย่างภูมิอกภูมิใจจนร่างสูงแทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่กับท่าทางเด็กๆนั้น

"อ่า...ฉันว่านะ คาเมะจัง นายไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่ามั้ง ฉันไม่อยากโดนรุมประชาทัณฑ์นะ ดูสิทั้งสาวน้อยสาวใหญ่จ้องกันอย่างกับจะกินหัวฉันงั้นแหละ" ยูอิจิพูดกลั้วหัวเราะ....ไม่อยากจะบอกว่าในกลุ่มสาวน้อยสาวใหญ่นั้นก็มีผู้ชายอยู่ด้วยอีกต่างหาก

"โอเค ได้!! เตรียมคำตอบไว้ด้วยล่ะ แต่ฉันมั่นใจนะว่านายต้องรับฉันเข้าชมรมแน่ๆ ฉันรู้ตัวอยู่หรอกว่าวันนี้ฉันสุดยอดขนาดไหน" คาเมะโอ่

"ครับๆๆ ในเมื่อรู้อยู่แล้วก็คงไม่ต้องพูดแล้วมั้ง ผลออกจะเด่นชัดขนาดนี้น่ะ"

"ไม่ได้!! ยังไงฉันก็อยากจะได้ยินจากปากของนาย ว่านายยอมรับฉันเข้าชมรมจริงๆ"

ร่างเล็กลอยหน้าลอยตาจนยูอิจิอยากจะดึงแก้มอิ่มๆนั้นให้ยืดออกมาด้วยความมันเขี้ยว ก่อนที่คาเมะจะวิ่งฉิวกลับไปห้องชมรมด้วยความร่าเริง โดยมีร่างสูงมองตามไปอย่างขำๆ

"อารมณ์ดีเหลือเกินนะ ยูอิจิ" เสียงเรียบๆดังขึ้นข้างๆอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้เจ้าของชื่อหันขวับด้วยความตกใจ

"อ๊ะ ทัตสึยะ! โห ตกใจหมด เล่นมาเงียบๆ"

"เงียบบ้านนายดิ...แต่เอาเถอะ อยู่ในโลกส่วนตัวขนาดนั้นนี่นา" ประโยคหลังชายหนุ่มหน้าสวยพูดขึ้นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหุบยิ้มอย่างฉับพลันพลางเอ่ยขึ้นว่า

"นายติดหนี้ฉันครั้งนึงนะยูอิจิ"

"พูดเรื่องอะไรของนายกันเหรอ" ร่างสูงเอียงคอทำหน้าเฉไฉ ก่อนที่ทัตสึยะจะหัวเราะหึหึอย่างรู้ทัน

"นี่ฉันไม่คิดบัญชีนายที่มาหลอกท้าให้ฉันฝึกเล่นเพลง Tsuki no Michi Monogatari จนเป็น ก็บุญแล้วนะ...เอาเถอะฉันจะถือว่าช่วยเพื่อนก็แล้วกัน ดูท่านายจะชอบเด็กนั่นจริงๆนะ ยูอิจิ...เอ้า นี่ของนาย เอาคืนไป"

ทัตสึยะโคลงหัวช้าๆก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษโน้ตเพลงในมือให้ พลางหันหลังเดินจากไป ร่างสูงเหลือบตามองแผ่นกระดาษโน้ตเพลงซึ่งคาเมะใช้แสดงเมื่อครู่พลางโคลงหัวอย่างระอา

"โธ่...เจ้าทัตสึยะนี่ ฉันอุตส่าห์นั่งแกะหนึ่งคืนเต็มๆเลยนะเฟ้ย ทำซะยับเชียวไม่รักษาของเล้ย" ยูอิจิบ่นหมุบหมิบก่อนจะพับแผ่นกระดาษโน้ตเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างบรรจง

ใครจะรู้ว่าแผนการทั้งหลายที่ร่างสูงวางไว้เพื่อให้ได้ตัวคาเมะมาเข้าชมรมนั้นจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ร่างเล็กบรรจงฝากรอยเท้าเบอร์ 40 ไว้บนตัวเขาในคราวที่เจอกันตัวเป็นๆครั้งแรกแล้ว...ต้องขอบคุณเส้นสายในชมรมหนังสือพิมพ์ซึ่งยูอิจิแอบเลี้ยงไว้ใช้งานมานาน จนทำให้เขารู้ก่อนใครว่า คาเมนาชิ คาซึยะ จะย้ายเข้ามาอยู่โรงเรียนนี้

นับแต่นี้ต่อไป สมาชิกที่มีคุณสมบัติพร้อมจะร่วมกันฟื้นฟูชื่อเสียงชมรมดนตรีขึ้นมาอีกครั้ง ยุคสมัยที่รุ่งเรืองดังเช่นคราวของรุ่นพี่วง SMAP ชื่อดัง กำลังจะกลับมาสู่โรงเรียนของเขาอีกครั้ง ...ไม่มีใครรู้ว่ายูอิจิวาดฝันถึงอนาคตนี้ได้ในทันทีที่ได้เห็นหน้าของคาเมะในครั้งแรก

ผู้นำชมรมดนตรีแห่งจอห์นนี่อะคาเดมีรุ่นปัจจุบันเงยหน้าขึ้นผิวปากอย่างอารมณ์ดี พลางหันหลังเดินออกจากโรงยิมไป ขณะที่ในใจก็คิดว่าจะแกล้งโผล่หน้าเข้าไปในห้องตอนที่คาเมะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ดีไหมหนอ...

 

 

 

 

จบดื้อๆ (เอิ๊กๆ)

 

 

edit @ 22 Jan 2008 03:25:11 by Kisu_Junno